เส้นทางสายกุนซือ ปาทริค วิเอร่า
- Feb 13, 2021
- 1 min read
ในเส้นทางนักเตะ ...ไม่มีใครปฏิเสธว่า ปาทริค วิเอร่า คือหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นในนามทีมชาติหรือสโมสรที่เขาเป็นส่วนสำคัญของทีมในการเดินหน้าพุ่งชนความสำเร็จ
กับทีมชาติฝรั่งเศส เขาลงสนามไปร่วม 100 เกม ก่อนจะเดินหน้าไปจนถึงจุดสูงสุดทั้งการคว้าแชมป์โลกปี 1998 รวมไปถึงแชมป์ยูโรในปี 2002กับสโมสร วิเอร่า ประสบความสำเร็จอย่างมากในการลงเล่นให้กับ อาร์เซน่อล และที่นั่นส่งให้เขากลายมาเป็นหนึ่งในตำนานและกัปตันทีมที่ยิ่งใหญ่ของสโมสร
แต่ทุกอย่างต้องมีวันสิ้นสุด ตอนนี้ วิเอร่า ไม่สามารถวิ่งไล่หวดคู่แข่งเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ อีกแล้ว แต่ความรักในเกมฟุตบอลของเขายังคงผลักดันให้อดีตกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ยังคงคลุกคลีกับเกมลูกหนังต่อไปนับตั้งแต่แขวนเกือกเมื่อปี 2011 วิเอร่า ก็หันเหไปทำงานด้านการจัดการและบ่มเพาะวิชากุนซือจนสามารถไต่เต้าไปทำหน้าที่ในทีมสำรองของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ที่นั่นเหมือนบันไดขั้นแรกของ วิเอร่า ในฐานะหน้าใหม่ของวงการเทรนเนอร์ ซึ่งฝีไม้ลายมือของเขาเข้าตาและถูกดันให้ไปทำหน้าที่กุนซือของสโมสร นิวยอร์ก ซิตี้ ในเมเจอร์ ลีก สหรัฐฯ เมื่อปี 2016
นั่นคืองานแรกในฐานะเทรนเนอร์ของทีมสโมสรฟุตบอลอาชีพ เขาใช้เวลา 2 ปีเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่มันยังได้ฉายแววของการเป็นกุนซือ คาสิโนออนไลน์ เจ๋งๆ มีฝีมือ ซึ่งส่งผลให้ นีซ สโมสรมีชื่อของเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส สนใจดึงไปใช้งาน

การเจรจาเริ่มต้นและจบลงไม่นาน วิเอร่า เก็บข้าวของกลับไปยังถิ่นกำเนิดเพื่อโอกาสครั้งสำคัญและการก้าวเดินสามารถทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงการ 'เทรนเนอร์ฟุตบอล' มากกว่าที่ผ่านมาการทำงานที่ นีซ ทำให้ วิเอร่า หวนนึกถึงวันเก่าๆ เพราะที่นี่ห่างจาก กานส์ สโมสรแรกและจุดเริ่มต้นของเขาในฐานะฟุตบอลเพียงแต่ 30 กิโลเมตร จะว่าบังเอิญหรือไม่ก็ตาม แต่มันเหมือนกับการกลับมา (ใกล้) ยังถิ่นกำเนิด และได้เดินหน้าอีกครั้งในวงการฟุตบอล แต่หนนี้ฐานะต่างจากเมื่อ 24 ปีที่แล้ว
ในฐานะกุนซือของ นีซ ... วิเอร่า ผลักดันทีมให้จบอันที่ 7 ของเวที ลีก เอิง ในฤดกาลที่เขาคุมทีม ซึ่งถือเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมของกุนซือหนุ่ม
รวมไปถึงบรรดานักเตะอายุน้อยที่ วิเอร่า คอยผลักดันและบ่มเพาะฝีเท้าจนพาทีมไปยังจุดที่หลายคนไม่คาดคิดทำไมถึงไปยังจุดที่เหนือความคาดหมาย ต้องเรียนก่อนว่าในตอนนั้น นีซ มีปัญหาเรื่องการเงินที่สโมสรไม่สามารถเดินหน้าเสริมทัพได้ตามที่ วิเอร่า ต้องการ ทำให้เขาต้องใช้งานนักเตะเท่าที่มีส่วนที่เป็นปัญหาที่สุดคงหนีไม่พ้น 'แนวรุก' แม้ว่าพวกเขาจะมี มาริโอ บาโลเตลลี่ เป็นแกนหลัก แต่อย่างที่แฟนบอลทราบดีว่าหัวหอกชาวอิตาลีเอาแน่เอานอนไม่ได้
บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะแย่ก็สามารถหลุดและทำให้ทีมเกิดปัญหาได้สถิติมันบ่งบอกชัดเจนเพราะว่า นีซ ทำไปได้แค่ 30 ประตูเท่านั้น ส่งผลให้ วิเอร่า ยิงเรื่องไปยังเบื้องบนเพื่อให้ดึงแนวรุกรายใหม่มาเสริมทีม
แต่การที่จะทำเช่นนั้นได้ต้องรอเวลา ซึ่งถือเป็นเรื่อง วิเอร่า กังวลใจอย่างมาก กระนั้นทุกอย่างก็เสร็จสิ้นหลังจากกลุ่มทุน Ineos เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลนี้
การเข้ามาของกลุ่มทุนจากอังกฤษอาจจะมาในช่วงท้ายของตลาดหน้าร้อน แต่นั่นก็เพียงพอให้สโมสรเดินหน้าเจรจาเสริมแนวรุกอย่าง แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก และ อดัม อูนาส ที่กลายมาเป็นแกนหลักของสโมสรในทันที รวมไปถึง อเล็กซิส โคลด-โมริซ ที่ถูกดึงมาจาก ลอริยองต์ โดยหวังว่าจะช่วยเพิ่มมิติในแนวรุกอย่างไรก็ตาม ปัญหาของ วิเอร่า ยังคงดำเนินต่อไป เพราะมันเป็นเรื่องยากที่สามแนวรุกรายใหม่จะลงสนามพร้อมกันได้ทุกๆ เกม แถมยัง ASIAX8 มีช่วงที่แกนหลักของสโมสรผลัดกันเจ็บและติดโทษแบน

นั่นคืออุปสรรคของ วิเอร่า แต่เขาสามารถพาทีมเดินหน้าได้ดีกว่าซีซั่นที่แล้ว อย่างน้อยก็ในเรื่องแนวรุกที่ทำได้ 41 ประตูจาก 28 เกม แถมมารั้งที่ 6 ของตารางมีลุ้นพื้นที่ยุโรปเต็มตัว (ผิดกับแนวรับที่เสียประตูมากกว่าซีซั่นก่อนแล้ว)ด้วยรูปแบบการทำทีมของ วิเอร่า ดูจะเหมาะกับ นีซ พอสมควร เพราะอดีตกองกลางชาวฝรั่งเศสรายนี้สามารถผสมผสานแข้งประสบการณ์กับบรรดารุ่งของสโมสรได้อย่างดีเยี่ยม และอีกหนึ่งจุดเด่นของ วิเอร่า



Comments