"เคน" จะทำลายสถิติของ "รูนี่ย์" หรือไม่ ?
- Jan 18, 2021
- 1 min read
แฮร์รี่ เคน ทำ "แฮต-ทริก" ให้ทีมชาติอังกฤษได้ในเกมถล่ม บัลแกเรีย 4-0 เมื่อวันเสาร์ส่งผลให้ยอดรวมในทีม "สิงโตคำราม" เพิ่มเป็น 25 ประตูแล้ว
ถือว่ายอดเยี่ยมเลยนะ เคน ลงสนาม 40 เกมทำได้ 25 ประตู ในบรรดานักเตะทีมชาติอังกฤษด้วยกันคนที่ลงสนาม 40 นัดแรกแล้วยิงได้มากกว่า เคน ก็มีแค่ แกรี่ ลินิเกอร์ คนเดียวเท่านั้นเอง โดย "มิสเตอร์ ไนซ์ กาย" ทำได้ 27 ประตูเคน เพิ่งจะอายุ 26 ปียังมีเวลาเล่นทีมชาติอังกฤษอีกนาน 5-6 ปีเป็นอย่างต่ำ ดังนั้นเขามองไปที่สถิติ 53 ประตูของ เวย์น รูนี่ย์ ได้เลยนะ โดยอดีตกองหน้า แมนฯยูไนเต็ด ลงรับใช้ สิงโตคำราม ไป 120 เกมด้วยกัน
นั่นหมายความว่า เคน ยังตามหลังอยู่อีก 28 ประตู เฉลี่ยยิงปีละ 7 ประตูให้ทีมชาติเขาก็จะแซงหน้า รูนี่ย์ ได้ภายใน 4 ปี ซึ่งน้าแมวมองว่ามีโอกาสทำได้มากกว่าที่จะทำไม่ได้กองหน้าจาก สเปอร์ส เป็นคนที่ยิงจุดโทษคมมากๆ ดูเหมือนเขาจะเคยพลาดแค่ครั้งเดียวในเกมที่เสมอกับ ลิเวอร์พูล 2-2 เมื่อ 2 ปีก่อนที่ แอนฟิลด์ ที่เหลือเข้าแบบเฉียบขาดทั้งหมดเลย
แฮต-ทริก กับ บัลแกเรีย นั้นเป็นครั้งที่ 2 ที่เขาทำให้ทีมชาติอังกฤษได้นะครับ ครั้งแรกก็วันที่ยิง ปานามา ในฟุตบอลโลก 2018 ที่ รัสเซีย นั่นยังไง ส่วน คาสิโนออนไลน์ สมัครฟรี แฮต-ทริก กับ สเปอร์ส เขาทำไปแล้วทั้งหมด 11 ครั้งด้วยกัน ถือเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดาเลยในการคัดยูโร 2020 ยังไงซะ อังกฤษ เป็นแชมป์แน่นอน เหลือแค่ว่าพวกเขาจะทำสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ 8 นัดได้หรือไม่เท่านั้นเอง

อังกฤษ จัดว่าเป็นเจ้าพ่อรอบคัดเลือกทัวร์นาเม้นท์เมเจอร์เลยนะเนี่ย คัดบอลโลก และ ยูโร 42 เกมล่าสุดปรากฏว่าพวกเขาไม่เคยแพ้ใครเลย เป็นการชนะ 33 เสมออีก 9 ธรรมดาซะที่ไหน ครั้งสุดท้ายที่ อังกฤษ แพ้ต้องย้อนไปเดือนตุลาคมปี 2009 นู่นพวกเขาแพ้ ยูเครน 0-1 แต่วันนั้นโกล์อย่าง ร็อบ กรีน โดนไล่ออก และมีกองหน้าที่ทื่อๆอย่าง เอมิล เฮสกี้ ไง ฮ่า ฮ่า ฮ่า !
กลับไปที่ เคน ครับ เขาพลาดรางวัลรองเท้าทองคำมา 2 ปีแล้ว โดยซีซั่นที่แล้วยิง 17 ประตูแล้วไปชนกับ ฟาเบียน เดล์ฟ จนเจ็บไม่ได้เล่นอีกเลย ทำให้ โม ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง ได้ไปโดยยิง 22 ประตูเท่ากัน
ปีก่อนหน้านั้น เคน อุตส่าห์ยิง 30 ประตู แต่เจอ ซาลาห์ เอา ป็อก 9 มากิน ป็อก 8 ยิง 32 ประตูซะงั้น
สถิติ 53 ประตูในทีมชาติของ เวย์น รูนี่ย์ และ สถิติ 260 ประตูในพรีเมียร์ลีกของ อลัน เชียเรอร์ คือ 2 สิ่งที่ เคน ลุ้นทำลายนะครับ ส่วนปัญหาจุดที่สอง เรื่องกลางสนามที่ครองเกม ตั้งเกมบุกสู้ทางเลสเตอร์ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ข้อนี้เป็นปัญหาทางด้านแผงมิดฟิลด์เช่นเดิม หลังจากขาดป็อกบาไปก็ดูจะอาการหนักกว่าเดิมอีกที่ต้องส่งเนมันย่า มาติช ลงมาโชว์ฟอร์มย่ำแย่ให้เราได้เห็น
สิ่งที่เกิดขึ้นคือแมนยูมีปัญหามากๆ ต่อบอล รักษาการครอบครองเอาไว้ไม่ดีเลย แม้สถิติเชิงตัวเลขอาจจะดูไม่น่ากลัว แต่สิ่งที่เห็นอยู่กับตาแฟนบอล มันชัดเจนมากว่า กองกลางเราเล่นกันแย่จริงๆ มีเพียงแม็คโทมิเนย์คนเดียวเท่านั้นที่วิ่งแบกคนเดียวทั่วทั้งสนาม นอกนั้นเละเทะหมดทั้งมาติช มาต้า ไม่มีคนช่วยเขาเลย
จากทั้งหมดสองข้อที่กล่าวมา ซึ่งก็เป็นปัญหาเดิมๆที่อยู่กับเรามาตลอดทุกนัด ไม่ใช่แค่เป็นนัดเลสเตอร์ วันนี้ผมอยากจะโฟกัสหนึ่งเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ นั่นก็คือ ปัญหาของเกมรุกว่า ทีมเรานั้นขาดอะไร บกพร่องที่ตรงไหนถึงได้เล่นกันย่ำแย่ และยิงกันยากเย็นแสนเข็ญกันขนาดนี้ทุกนัด ในขณะที่ทีมอื่นๆ ระเบิดถังส้วมกันกระจุยแทบทุกนัดเหมือนเป็นเรื่อง ASIAX ธรรมดาที่ตื่นขึ้นมาแล้วต้องลืมตาก่อนเป็นอย่างแรกนั่นแหละ

แต่เชื่อเหอะ สิ่งที่ เคน อยากได้มากกว่าคือ แชมป์ยูโร หรือไม่ก็แชมป์ฟุตบอลโลกนะครับ ซึ่งยูโร 2020 นี่ อังกฤษ ได้ลุ้นจริงจังเลย พวกเขาเป็นเต็ง 2 ในร้านพูล แล็ดโบร็กส์จ่าย 9-2 โดย ฝรั่งเศส เต็ง 1 อัตรา 4-1ผมเห็นเรื่องนี้ชัดเจนมากๆจากการได้นั่งดูลิเวอร์พูลเล่น(ฮา) จริงๆเรื่องนี้เคยเขียนในบทความ และรีวิวหลังเกมอยู่บ่อยมาก แต่ยังไม่ได้ขยี้ให้เห็นชัดเจนว่ามันมีปัญหาจริงๆ วันนี้จะดึงมาให้เห็นชัดเจนว่า เพราะอะไร
เริ่มแรกจากการที่ได้นั่งดูทีมอื่น ดูคู่แข่ง คู่ต่อสู้เค้าเล่นกันนั้น ผมรู้สึกว่า มันช่างแตกต่างจากการเล่นของเกมรุกทีมเราเหลือเกิน ตอนนี้เราบุกกันสะเปะสะปะมากๆ ระดับคุณภาพการเล่นรุกของเรา ผมรู้สึกว่ามันไปคนละทิศคนละทาง และการเชื่อมเกม การเล่นด้วยกันแบบ"เป็นทีม" นั้นน้อยมาก เหมือนคนที่ไม่ค่อยได้ซ้อมร่วมกัน ไม่ได้ฝึกการประสานงานร่วมกันมา



Comments