บทพิสูจน์ของไอ้หนูบรูว์สเตอร์
- Feb 28, 2021
- 1 min read
ตู้รางวัลของ รีอาน บรูว์สเตอร์ อาจจะเต็มไปด้วยโทรฟี่ที่อัดแน่นถึง 99.99% ในตอนที่เขาแจ้งเกิดได้อย่างเป็นทางการในโลกลูกหนัง
หัวหอกวัย 19 ปีเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2018-19, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ปี 2019 และยู-17 ชิงแชมป์โลก ในปี 2017บรูว์สเตอร์ ยิงไปถึง 24 ประตู จาก 30 เกมที่ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษระดับเยาวชนไล่ขึ้นมาตั้งแต่ชุดยู-16 ไปจนถึงยู-21 ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาคือการเตะมากพรสวรรค์อย่างแท้จริง เมื่อเทียบกับบรรดาแข้งอายุที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน
หลายคนอาจรู้กันอยู่แล้ว ว่า บรูว์สเตอร์ ไม่ใช่เด็กที่เติบโตจากอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่แรก เขาตัดสินใจย้ายจาก เชลซี มาพัฒนาต่อกับหงส์แดง เมื่อปี 2014 หลังจากใช้เวลาถึง 6 ปีในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมกับความคาดหวังในระดับสูงทว่าตอนนี้อย่าเพิ่งไปพูดถึงดีกรีแชมป์ หรือถ้วยรางวัลอะไรเลย บรูว์สเตอร์ ยังไม่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกแม้แต่นาทีเดียว
บรูว์สเตอร์ เพิ่งจะได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ไปเพียง 90 นาทีเท่านั้นในเกมบอลถ้วยคาราบาว คัพ เช่นเดียวกับพวกดาวรุ่งอย่าง คาสิโนออนไลน์ เจ๋งๆ คี-ยาน่า ฮูเวอร์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ และ เคอร์ติส โจนส์จริงๆ แล้วเขาอาจจะได้รับโอกาสที่เร็วกว่า และมากกว่านี้ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บหนักจากการเล่นให้หงส์แดงชุดยู-23 ในเกมที่พบกับ แมนฯ ซิตี้ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018

นั้นคืออุปสรรคที่ขัดขวางช่วงเวลาที่ บรูว์สเตอร์ ในการลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่แต่เราก็หลีกหนีความจริงที่ว่าเขามีหนึ่งในนักเตะหมายเลข 9 ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรปอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ขวางทางอยู่ไปไม่ได้ ขณะที่ ดิว็อก โอริกี้ ก็ดันมาทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนใจเก็บไว้กับทีมอีกทั้งที่ทีแรกเหมือนว่าจะหมดอนาคตไปแล้ว
นั่นหมายความว่าการที่ บรูว์สเตอร์ จะได้ออกสตาร์ทให้กับ ลิเวอร์พูล แบบปกติก็คือนักเตะคนอื่นๆ ต้องมีอาการบาดเจ็บ
หรือฟอร์มตก และต้องการโชคเข้ามาผสมด้วยพอมองหันกลับไปดูถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นในโครงการขับเคลื่อนนักเตะเยาวชนของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ เชลซี มันทำให้อดคิดไม่ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ บรูว์สเตอร์ หากเวลานี้เขายังคงค้าแข้งอยู่ในลอนดอนอย่างไรก็ตาม หากคุณจะมองว่านั่นคือความผิดพลาดของ บรูว์สเตอร์
ก็คงจะเป็นเรื่อไม่ถูกต้อง เพราะการย้ายออกจากสิงห์บลูส์มายังหงส์แดงในเวลานั้นเป็นอะไรที่เข้าใจได้ เนื่องจาก เชลซี มีสถิติที่แย่เหลือเกินสำหรับนักเตะดาวรุ่งที่จะทะลุขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่แต่กับปัจจุบัน มันเหมือนสวรรค์บันดาลให้เกิดช่วงเวลาของเหล่าแข้งอายุน้อยในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เหตุเพราะการโดนแบนห้ามซื้อนักเตะใหม่ของพวกเขา
มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ แลมพาร์ด จะหันไปหาดาวรุ่งที่พร้อมฉายแสง และผลักดันพวกเขาอย่างเต็มที่ โดยที่ บรูว์สเตอร์ ก็เคยเป็นหัวโจกอยู่ที่นั่น ASIAX8 ภาพที่ถูกโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย โดยผู้ช่วยโค้ชในทีมชุดแรกปัจจุบันของ เชลซี อย่าง โจ เอ็ดเวิร์ดส์ นั้นมีรูปของ มาร์ค เกฮี และ รีซ เจมส์ ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเกมที่ถล่ม กริมสบี้ 7-1 เช่นเดียวกับ บรูว์สเตอร์

เนื่องด้วยการต่อสู้ในตำแหน่งแบ็กขวาที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ที่ไม่เคยมีมาอย่างยาวนาน เร็วๆ นี้เราอาจได้เห็น เจมส์ เปิดตัวในพรีเมียร์ลีกแน่ และอันที่จริง เรื่องนั้นควรต้องเกิดขึ้นกับ บรูว์สเตอร์ ก่อนมากกว่าโทโมรี่ ก็เริ่มจากศูนย์ไปสู่ความแข็งแกร่งภายใต้การคุมทัพของ แลมพาร์ด ในขณะที่วัยรุ่นอย่าง บิลลี่ กิลมอร์ ซึ่งได้รับคำชมจาก เชส ฟาเบรกาส



Comments